น้ำมันไฮดรอลิคมีกี่ประเภท มีประโยชน์อย่างไรกับเครื่องยนต์

Hydraulic oil

น้ำมันไฮดรอลิค Hydraulic Oil คือ สารหล่อลื่นหรือของเหลวที่ใช้ในการหล่อลื่นในระบบห้องเครื่องให้สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพซึ่งมีมากมายหลากหลายชนิด ปัจจุบันระบบห้องเครื่องต่างๆมีความจำเป็นที่จะต้องใช้น้ำมันไฮดรอลิคเข้ามาช่วยในการบำรุงรักษาให้เกิดการทำงานที่ดียิ่งขึ้น ในวันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับ น้ำมันไฮดรอลิค คืออะไรและมีประโยชน์อย่างไรบ้าง

ระบบไฮดรอลิค คือ การใช้ของเหลวภายใต้แรงดันสูงๆ เพื่อส่งถ่ายกำลังจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่งและในเวลาเดียวกันก็จะให้แรงเป็นเท่าทวีคูณด้วย ใช้กันแพร่หลายทั้งในอุตสาหกรรมและยานยนต์

ของเหลวไฮดรอลิค

1. น้ำ

2. น้ำมันปิโตรเลียม

3. ของเหลวอื่นๆ (สังเคราะห์)

คุณสมบัติของน้ำมันไฮดรอลิค

1. ความหนืดพอเหมาะ และดัชนีความหนืดสูง

2. มีจุดข้นแข็งต่ำ (Pour Point)

3. คุณภาพของน้ำมันจะต้องไม่ค่อยเปลี่ยนแปลงถึงแม้อุณหภูมิในการทำงานจะสูง

4. มีคุณภาพการหล่อลื่นที่ดี และไม่ทำปฏิกิริยากับยาง ซีล ปะเก็น และสี

5. ต้านทานการเกิดออกซิเดชั่นได้ดีเยี่ยม

6. ต้านทานการเกิดสนิม

7. ต้านทานการเกิดฟอง

8. มีความสามารถในการแยกตัวจากน้ำได้ดี

9. มีความสามารถในการอัดตัวต่ำ

10. ไม่จับตัวเป็นก้อนหรือยางเหนียว

ชนิดของน้ำมันไฮดรอลิค

1. น้ำมันปิโตรเลียม

1.1 น้ำมันไฮดรอลิกทั่วไป (HYDRAULIC AW)

1.2 น้ำมันเทอร์ไบน์

1.3 น้ำมันไฮดรอลิกชนิดพิเศษ (HYDRAULIC  HVI)

1.4 น้ำมันเครื่องเบอร์ SAE 10W หรือ SAE 30

2. น้ำมันทนไฟ แบ่งเป็นประเภทใหญ่ๆ ได้ 2 ประเภทคือ

2.1 ประเภทที่เป็นสารเคมีสังเคราะห์ (Synthetic fluids) ซึ่งอยู่ 2 ประเภทคือฟอสเฟตเอสเตอร์ (Phosphate esters) และโพลีเออร์เอสเตอร์ (Polyor esters) ซึ่งเป็นคุณสมบัติของน้ำมันชนิดนี้สามารถใช้ได้ดีในอุณหภูมิสูงๆ โดยไม่ทำให้สารประกอบหายไป และใช้ใด้ดีในระบบที่มีความดันสูงๆ น้ำมันมีค่าความถ่วงจำเพาะที่สูงสุด จึงต้องระวังท่อดูดของปั๊มให้อยู่ในสภาพดี น้ำมันชนิดนี้มีค่าดัชนีความหนืดต่ำอยู่ที่ประมาณ 80 VI จึงควรใช้ในระบบที่มีอุณหภูมิในการทำงานที่คงที่

2.2 ประเภทน้ำมันผสมน้ำ (Water containing fluids) น้ำมันประเภทนี้แบ่งได้ 3 ประเภทคือ

2.1.1 น้ำมันประเภทน้ำผสมกลีซอล น้ำมันประเภทนี้ประกอบด้วยน้ำอยู่ประมาณ 35-40 เปอร์เซ็นต์ เพื่อเป็นสารต่อต้านการติดไฟ กลีซอลและสารประกอบจากน้ำที่เป็นยางเหนียวเพื่อทำให้เกิดความหนืด นอกจากนี้ยังมีสารประกอบอื่นที่ช่วยป้องกันการเกิดฟอง การเกิดสนิม การผุกร่อน และช่วยในการหล่อลื่น

2.2.2 น้ำมันประเภทมีน้ำผสมอยู่น้อยกว่าน้ำมัน โดยทั่วไปมีน้ำผสมอยู่ 40 เปอร์เซ็นต์ แต่เมื่อใช้ในระบบอาจเติมน้ำอีกได้เพื่อช่วยรักษาค่าความหนืดให้คงที่ นอกจากนี้ยังมีสารประกอบอื่นที่ช่วยป้องกันการเกิดฟอง การเกิดสนิม การผุกร่อน

2.3.3 น้ำมันประเภทมีน้ำมันผสมอยู่น้อยกว่าน้ำ น้ำมันชนิดนี้ต้านทานการลุกไหม้ได้ดี มีความหนืดต่ำ และมีสมบัติในการหล่อเย็นดีมาก นอกจากนี้ยังมีสารประกอบอื่นที่ช่วยป้องกันการเกิดฟอง การเกิดสนิม การผุกร่อน และช่วยในการหล่อลื่น

ประเภทน้ำมันไฮดรอลิคแบ่งได้เป็น 3 ประเภท

1. น้ำมันไฮดรอลิคแบบทั่วไป(Mineral oil Hydraulic Fluid)

2.น้ำมันไฮดรอลิคกันไฟ (Fire resistance Hydraulic Fliud)

3.น้ำมันไฮดรอลิคสังเคราะห์(Synthetic Hydraulic Fluid)

น้ำมันไฮดรอลิคส่วนใหญ่ที่นิยมใช้เป็นน้ำมันไฮดรอลิคแบบ Mineral Oil มีการใช้งานอย่างแพร่หลาย น้ำมันมีราคาถูก แต่มีข้อจำกัดในการใช้งานเสี่ยงต่อการติดไฟ ส่วนการใช้งานที่มีการเสี่ยงต่อการติดไฟสามารถเลือกใช้น้ำมันไฮดรอลิคกันไฟได้ แต่ผู้ใช้งานจำเป็นต้องเลือกประเภทไฮดรอลิคกันไฟ ซึ่งพบว่าน้ำมันไฮดรอลิคกันไฟมี 3 ประเภทคือ แบบแรก Water Base แบบที่2 Water Glycol แบบที่ 3 น้ำมันสังเคราะห์

น้ำมันไฮดรอลิคกันไฟ เป็นน้ำมันที่ผู้ใช้งานจำเป็นต้องมีความรู้ในการใช้งานและดูแลรักษา เพราะประสิทธิภาพการกันไฟจะเป็นผลจากสภาพการดูแล

เช่นหากใช้งานน้ำมันโดยไม่มีการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันอาจมีสภาพความเป็นกรด กัดกร่อน อุปกรณ์ไฮดรอลิคเกิดความเสียหายได้

อย่างไรก็ตามการเลือกใช้ประเภทของน้ำมันนั้น ผู้ใช้งานควรเลือกจากคู่มือการใช้ของเครื่องจักรที่แนะนำน้ำมันไฮดรอลิคมีค่าความหนืดหลายเบอร์ให้เลือก ตั้งแต่ ISO VG 32 , 46, 68,100 และ ISO VG 150

อายุการใช้งานของน้ำมัน น้ำมันควรมีสีเหมือนน้ำมันใหม่ สีใส ไม่มีสีขุ่น ไม่มีกลิ่นเหม็นไหม้ หากระหว่างใช้งานน้ำมันมีสีขุ่น หรือสีคล้ำและมีกลิ่นเหม็นไหม้ ควรพิจารณาเปลี่ยนทันที เพื่อป้องกันการเสียหายที่จะเกิดขึ้นในระยะเวลาอันสั้น น้ำมันไฮดรอลิคโดยทั่วไป ควรพิจารณาเปลี่ยนทุกปี เพื่อป้องกันคราบยางเหนียวที่อาจจะเกิดขึ้นได้หากใช้งานนานโดยไม่มีการเปลี่ยนถ่าย